เลื่อนเปิดเทอม..

posted on 17 Nov 2011 15:05 by clio-holic  in Life
ถ้าเลื่อนเปิดเทอมต่อไปเรื่อยๆ รายรับคงจะติดลบเป็นแน่แท้..
 
ที่สำคัญตัวขี้เกียจเริ่มขึ้น
 
 
 
 
 
อยู่บ้านจนจะโง่แล้วค่ะ อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก TT TT
 
 
ปล.น้องน้ำยังไม่ยอมลดเลย ฮึกฮึก

No.6 fic ::: The way you lie. #18+

posted on 18 Oct 2011 00:52 by clio-holic  in Fic
The way you lie. 
Author : Clio
Pairing : NezumixSion
Warning!!!!!!! 18+
 
 
 
 
 
 
 
 

     ค่ำคืนที่เงียบงันค่อยๆผ่านไปช้าๆ อากาศภายในห้องไม่ควรจะเรียกว่าอบอุ่น หากแต่เป็นอบอ้าว ช่วงนี้อากาศค่อนข้างแปรปรวณจนน่าประหลาดใจ ทั้งที่พื้นดินชุ่มแฉะยังไม่ทันจะแห้ง อากาศร้อนก็เข้ามาแทนที่ ความชื้นรอบๆตัวทำให้ชายหนุ่มผมสีขาวหงุดหงิด ร่างกายเขาเหนอะหนะไปด้วยเหงื่อ มันสกปรกแล้วก็ยังดูไม่สดชื่นอีกด้วย

 

     ชิองนอนแผ่หราอยู่บนเตียงด้วยความหงุดหงิด เหตุเพราะเจ้าของเตียงนี้ยังไม่กลับมาซะที ..มันนานมากจนชิองคิดว่าน่าจะได้เวลาเริ่มวันใหม่แล้วด้วยซ้ำ เขารอเนซึมิมาตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ จนอาหารที่ตั้งรอไว้เย็นชืด แต่เนซึมิก็ไม่กลับมา

 

 

สองวันแล้วที่กลับบ้านช้า…

 

 

     เขาพยายามข่มตานอน แต่ความอึดอัดเพราะสภาพอากาศมันทำให้ชิองยังคงตื่นอยู่ถึงตอนนี้ เขาออกไปทำงานทุกวัน อากาศก็แปรปรวน ที่เนซึมิกลับบ้านช้าก็ทำให้กังวลมากขึ้นไปอีก ...ชิองรู้สึกเพลียมากแต่ก็ไม่สามารถพักผ่อนได้

 

“กลับมาแล้ว…” เสียงของเนซึมิดังขึ้น

“ยังรออยู่อีกเหรอ ใจดีจังนะ”

“ไม่ได้รอเพราะอยากรอซะหน่อย” ชิองพูดพลางมองไปทางอื่น

 

     เนซึมิเองก็กลับมาแล้ว เขาก็โล่งใจไปได้ว่าไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น ชิองล้มตัวนอนด้วยความสบายใจ แม้บรรยากาศในห้องจะมีแต่ความร้อนอบอ้าวที่น่าจะคงอยู่ไปจนถึงตอนเช้า

 

“นายไม่ได้ติดกระดุมเสื้อแน่ะ” เนซึมินั่งลงข้างๆเตียงกระซิบแผ่วเบา

“ก็มันร้อน…นายเองก็ไปอาบน้ำแล้วรีบนอนเถอะ”

“ไปอาบพร้อมกันดีกว่า”

 

     เนซึมิขยับเข้ามาใกล้แผ่นอกขาวเนียน จุมพิตลงไปอย่างเร่าร้อน เสื้อยับพรมไปด้วยเหงื่อถูกโยนทิ้งออกอย่างง่ายดาย ร่างบางนอนเหงื่อโซมกาย รอยจ้ำสีแดงปรากฎให้เห็นราวกับจะฟ้องว่าเมื่อวันวานเกิดอะไรขึ้น บางรอยก็ชัดเจน บางรอยก็เริ่มจางลงเพราะเวลาที่ผ่านไป เนซึมิโน้มตัวลงไปประทับรอยใหม่ที่ซอกคอขาว

 

“อืออ..เนซึมิ….ผมจะนอนแล้ว..” ร่างบางทักท้วง ทั้งพยายามผลักอีกฝ่ายด้วยแรงที่มี

“ชั้นกลับบ้านมาเหนื่อยๆ ก็อยากทำอะไรก่อนนอนบ้างสิ?”

“ทำทุกวันผมก็เหนื่อย ก็เพลียเป็นนะ!”

 

     ชิองนอนหันหน้าไปอีกฝั่ง ร่างบางถูกกระทำแบบนี้มาหลายคืนติดๆกัน ทั้งๆที่เนซึมิก็กลับมาช้า และเขาเองก็เป็นฝ่ายรอ บางครั้งก็รู้สึกอยากพักแต่เนซึมิกลับไม่เข้าใจ

 

ตอนนี้ชิองหงุดหงิดที่สุด…

 

     ฝ่ามือหนาค่อยๆลากมาตามเอวบาง ความรู้สึกแล่นริ้วไปทั่วร่าง ชิองครางเสียงแผ่วเบาทั้งๆที่พยายามแกะมือนั้นออก ร่างกายเหนอะหนะไปด้วยเหงื่อ เนซึมิหายใจรดต้นคอของอีกฝ่าย เมื่อเห็นชิองสะดุ้งเป็นครั้งคราวยิ่งทำให้เนซึมิรู้สึกสนุก

 

“พอได้แล้ว!” ชิองปัดมือนั้นทิ้งพร้อมหายใจสั่นเครือ

“นายน่ะ…ทำงานง่ายๆสบายๆ…ไม่ลำบากแบบผมนี่ ผมเหนื่อยนะ เข้าใจมั้ย?”

 

“ถ้าอยากทำมากขนาดนั้น ก็ทำกับคนอื่นสิ…ผมเหนื่อย จะนอนแล้ว!!”

 

     ไม่กี่วินาทีหลังสิ้นคำชิองถึงได้รู้ตัวว่าพูดอะไรออกไป ดวงตาสีแดงค่อยๆชำเลืองมองร่างสูงที่ลุกยืนขึ้นข้างเตียง เนซึมิดูนิ่งเฉยกว่าปกติ ชิองรู้ดีว่าอีกฝ่ายโกรธมากแค่ไหน ร่างบางนอนนิ่งไปสักพักก่อนเอ่ยคำพูดขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่กลับถูกเนซึมิพูดตัดหน้าเสียก่อน

 

“ถ้างั้นก็เชิญนายนอนไปคนเดียวก็แล้วกัน” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างเยือกเย็นแต่กลับเต็มไปด้วยความโกรธ

“เดี๋ยวสิ..เนซึมิ! นายจะไปไหน?” ชิองพยายามเรียกร่างสูงที่กำลังเดินไปทางประตู

“ในเมื่อไล่กันขนาดนี้…ถ้าชั้นไปนอนกับคนอื่นก็คงไม่เป็นไรสินะ?”

“…ผมไม่ให้นายไปหรอก!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ”

 

     ชิองรีบลุกขึ้นจากเตียง ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าวิ่งเข้าไปใกล้ร่างสูง แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเป็นสายตาเย็นชาเหมือนครั้งแรกที่เจอกัน เนซึมิสวมเสื้อนอกก่อนเดินออกไปแบบไม่แยแสอีกฝ่าย

“ชั้นจะนอนกับใคร..มันก็ไม่เกี่ยวกับนาย”

     ประตูเหล็กถูกปิดด้วยแรงกระแทก เสียงรองเท้ากระทบพื้นก่อนมันจะค่อยๆหายไป ชิองอ้ำอึ้งกับการกระทำของอีกฝ่ายก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

 

 

********

 

 

 

 

     ชิองลืมตาขึ้นกลางดึก เขาค่อยๆขยับร่างบนโซฟาพยายามให้เสียงเบาที่สุด ร่างบางชำเลืองมองคนที่นอนอยู่บนเตียงที่เพิ่งจะมาถึงบ้านไม่นานเท่าไรนัก เสื้อนอกถูกวางทิ้งไว้บนพื้นแบบไม่ใส่ใจ เมื่อสังเกตุดูก็พบว่ามีเสื้อผ้าของเนซึมิหลายตัวที่วางระเกะระกะเต็มไปหมด ชิองค่อยๆเก็บมันขึ้นมาไปไว้ในถัง

 

     มีกลิ่นหอมฉุนติดที่เสื้อทุกตัว..มันเป็นกลิ่นน้ำหอมที่ชิองเคยได้กลิ่น แต่จากไหนเขาเองก็จำไม่ได้ เขารู้สึกเจ็บแปลบอย่างบอกสาเหตุไม่ได้…มันติดอยู่ที่เสื้อทุกตัว เป็นกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนเดียวกันแน่นอน

 

 

ชั้นจะนอนกับใคร…มันก็ไม่เกี่ยวกับนาย

 

 

     ถ้อยคำนี้มันชัดเจนอยู่ในหัว วนไปวนมา ราวกับจะย้ำเตือนในสิ่งที่ชิองพูดออกไป ..ที่เขาพูดออกไปทำให้เนซึมิโกรธ ตอนนี้ก็ผ่านมาสามวันแล้วที่ยังไม่มีการปรับความเข้าใจ

 

     อาหารบนโต๊ะถูกปล่อยไว้ให้เย็นชืด เนซึมิไม่สนใจมันตลอดเวลาที่ผ่านมา ร่างบางหยิบถ้วยชามบนโต๊ะพร้อมทั้งเทอาหารที่ตนทำลงถังขยะ ..เนซึมิไม่สนใจอาหารพวกนี้ …คงเพราะคงกินมาแล้วกับคู่นอนที่เคยพูดถึง เข็มนาฬิกาชี้ไปที่เลขสองเป็นการเริ่มชั่วโมงใหม่ ชิองถอนหายใจเบาๆ

 

     ร่างบางเช็ดน้ำตาแบบลวกๆพลางเดินเข้าไปในห้องน้ำ สภาพตนเองในกระจกเห็นแล้วไม่น่าแปลกใจเท่าไรนัก ชิองอดนอนเพื่อรอเนซึมิกลับบ้านทุกวัน กว่าจะนอนหลับก็ใกล้สว่างเข้าไปทุกที ขอบตาช้ำกระทั่งแค่กระพริบตาก็ทำให้เจ็บแปลบ ร่างเล็กเอาน้ำลูบหน้าตัวเองเพื่อให้สดชื่นขึ้นบ้าง

 

 

ปวดหัว…มึนไปหมดแล้ว..

 

 

     จะป่วยก็ไม่แปลกเลยกับการอดหลับอดนอน บางวันเขาไม่ได้กินมื้อเย็นด้วยซ้ำ ชิองเดินเซออกมาจากห้องน้ำ ก่อนตรงไปที่โซฟา ทุกอย่างมันทำให้เขาหมดกำลังใจ ..ร่างบางล้มตัวลงบนผืนผ้าหยาบ ลมหายใจอุ่นขึ้นกว่าปกติ อาการปวดหัวที่ไม่ยอมหายไป เปลือกตาร้อนผ่าวค่อยๆปิดลงช้าๆ

 

“ชิอง…” อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น

“…ไม่ต้องทำมื้อเย็นแล้วนะ ชั้นกินจากที่อื่นมาแล้ว”

“อืม..” ร่างบางตอบรับเบาๆ ชิองยังไม่สามารถนอนหลับได้ในเมื่อตอนนี้หมอนของเขาเปียกชุ่มไปหมด

 

 

 

 

*****

 

 

 

ได้ยินเสียงคุยกัน


เสียงที่คุ้ยเคย กับอีกเสียงหนึ่ง

 


 

เสียงผู้หญิง

 


 

ได้กลิ่นน้ำหอมลอยมาเตะจมูก


กลิ่นเดียวกับที่เสื้อของเนซึมิ 

 

     ชิองพยายามเพ่งมองภาพตรงหน้า แม้จะเห็นเป็นภาพเลือนลางแต่ก็พอรู้ว่า เนซึมิพาใครบางคนมาที่นี่ ..วันนี้เขาไม่ได้ไปทำงาน ทันทีที่หลับก็เหมือนกับถูกดึงเข้าไปสู่อีกห้วงหนึ่ง ความอ่อนล้ามันเรียกร้องให้เขาพักซะบ้าง แม้แต่เนซึมิเองก็คงไม่รู้ว่าวันนี้เขานอนอยู่ที่โซฟานี้ทั้งวัน..

 

     ภาพที่อยู่ตรงหน้ายิ่งทำให้ชิองตกใจมากขึ้น เนซึมิยื่นเงินปึกใหญ่ให้หญิงสาว เธอรับมันด้วยความดีใจ พวกเขาอยู่ห่างกันแค่โต๊ะกั้น แต่ก็ดูมีบรรยากาศความสุขที่สังเกตุได้ออกมา ชิองคุ้นหน้าผู้หญิงคนนั้นมาก..เมื่อนึกย้อนไป ทั้งโครงหน้า ทั้งกลิ่นน้ำหอมที่เป็นเอกลักษณ์

 

 

เธอคือหญิงขายบริการที่ชิองเจอในตรอก

 

 

 

แล้ว…จ่ายเงินให้เยอะขนาดนั้นหมายความว่ายังไง


คงจะเป็นค่าจ้างที่ไปใช้บริการสินะ?


 

     ร่างบางฝืนลุกขึ้น ดวงตาที่บอบช้ำเหม่อแผ่นหลังของเนซึมิ ทั้งที่พยายามตะโกนเรียกแต่เสียงกลับหายไปจากลำคอ ชิองรู้สึกเหมือนถูกทุบด้วยของแข็ง เขามึนหัวจนแทบจะล้มลงกับพื้น

 

 

ถ้าเป็นก่อนหน้านี้…เนซึมิคงจะวิ่งเข้ามาประคองผม


ถ้าเป็นก่อนหน้านี้…เนซึมิคงจะอุ้มผมไปนอนที่เตียง


แต่ในความเป็นจริง เนซึมิไม่ได้เหลียวมองผมเลยแม้แต่นิดเดียว


 

"เนซึมิ....อย่า...เอาคนอื่น...มาแทนที่ผม..." ร่างบางซบลงที่ใหล่กว้างขอร้องอีกฝ่ายด้วยเสียงแหบพร่า

 

     ร่างสูงถอนหายใจเบาๆก่อนยักคิ้วไปทางหญิงสาว เป็นการบอกให้เธอรู้หน้าที่ ว่าตอนนี้ไม่ควรจะอยู่ในห้องนี้อีกต่อไป เธอพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนเก็บเงินปึกใหญ่เข้ากระเป๋าหนัง เสียงปิดประตูดังขึ้น ตอนนี้นอกจากความเงียบจะมีก็แต่เสียงหายใจระรัวปนเสียงสะอื้นของชิองที่ยังดังขึ้นเป็นระยะ

 

“ร้องไห้ทำไมกัน?” เนซึมิพูดพลางแกะมือที่โอบไหล่เขาออก

“ทำไม…นายต้องทำเหมือนรังเกียจผมด้วยล่ะ?”

“ไปล้างหน้าซะ ชั้นจะนอนแล้ว”

“….ผมขอโทษ ที่พูดไปวันนั้น…ผมเสียใจ.. “น้ำตาพรั่งพรูออกมากลืนกินเสียงของร่างบางไปหมด

 

     เนซึมิหันมองใบหน้าที่เปียกแฉะ ขอบตาแดงช้ำยิ่งบ่งบอกว่าร่างบางร้องไห้มากมายขนาดไหน เขาลูบเรือนผมสีขาวเบาๆ เส้นผมยุ่งเหยิงของคนที่เพิ่งตื่น เสื้อที่ยับยู่ยี่ ใบหน้าที่ร้องไห้อย่างน่าสงสาร เนซึมิคิดว่าที่เขาทำมันอาจจะเกินไป..แต่คนที่ผิดก็คือชิองเองไม่ใช่เหรอ?

 

“งั้นก็บอกว่ารักชั้น ต้องการชั้นสิ?” ร่างสูงกระซิบที่ข้างๆหู

“เอ๋?”

“ทำได้รึเปล่า?” เนซึมิฉุดร่างบางขึ้นมานั่งบนตักก่อนจ้องมองนัยน์ตาสีแดงที่เต็มไปด้วยความงุนงง

 

     กระดุมเม็ดแรกถูกปลดออกเผยให้เห็นผิวขาวชมพู ร่างบางที่ตัวอุ่นกว่าปกติสะดุ้งเป็นครั้งคราวเมื่อฝ่ามือเย็นไล้ไปตามแผ่นหลัง มันเคลื่อนต่ำลงทีละนิด ชิองขยับเข้าใกล้อีกฝ่ายพร้อมกอดแนบแน่น ลมหายใจรวยรินดังอยู่ข้างๆหูของคนตัวสูง

 

“ผม…รักนาย….ต้องการนาย..” เสียงเล็กๆต่อสู้กับความเจ็บแปลบในลำคอ

“อ๊ะ…!”

 

     เนซึมิขยับข้อมือในการปรนเปรออีกฝ่าย ร่างบางหันหน้าหนีไม่แม้แต่จะมองว่าตนเองมีความสุขเพียงใด ฝ่ามืออีกข้างขยับลุกล้ำเบื้องล่างอีกฝ่าย นิ้วเรียวยาวสอดใส่ช่องทางช้าๆ คนตัวสูงกว่าจ้องมองอีกฝ่าย เมื่อรู้ตัวนัยน์ตาสีแดงก็รีบหลบไปทางอื่น

 

“ทำกับคนอื่นมันไม่ดีเหมือนทำกับนายจริงๆนั่นแหละ” เนซึมิพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

“งั้น…ก็ทำกับผมคนเดียวสิ..”

“ต่อจากนี้ก็คงเป็นงั้นแหละ ก็นายน่ะ..ไม่ว่าจะยังไงก็เหมือนยังบริสุทธิ์เสมอเลยนี่นะ?”

“ชั้นชอบ..”

 

     ชิองใบหน้าหน้าร้อนผ่าว พวงแก้มแดงก่ำเหมือนทุกครั้งที่เนซึมิหยอกล้อ ดวงตาสีเทาคู่งามหรี่เหมือนคิดเรื่องสนุกได้ ริมฝีปากถูกบดเบียดอย่างร้อนแรง ร่างที่รุมเร้าไปด้วยไข้บิดกายพร้อมเสียงหวานเจือเสียงเครือ

 

"ถ้านายต้องการชั้นขนาดนั้น....ก็ทำเองเลยสิ?" เนซึมิกล่าวด้วยเสียงเจ้าเล่ห์

“อะ…อะไร?” ชิองทวนคำพูดซ้ำเพื่อให้แน่ใจ

“ถ้านายไม่ทำ ชั้นคงต้องขอตัวไปตามยัยนั่นกลับมา….!”

 

     ยังไม่ทันพูดจบชิองก็จัดการปิดปากของร่างสูงเสียก่อน แววตาที่จ้องมองมาเต็มไปด้วยความเขินอาย ทั้งความเสียใจ ทั้งความหึงหวง ใบหน้าหวานเจือด้วยราคะขมวดคิ้วเล็กน้อย ร่างบางขยับมือลงต่ำก่อนรูดซิปกางเกงลง ชิองหน้าแดงยิ่งขึ้นเมื่อความร้อนจากแก่นกายนั้นแผ่มาสู่มือ คนตัวเล็กยกตัวขึ้นช้าๆก่อนขยับลงไป

 

     ร่างบางแทรกกายลงไปช้าๆอย่างยากลำบาก เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาเจ้าเล่ห์ก็ยิ่งทำให้ขวยเขินจนคิดอะไรไม่ออก เนซึมิไม่คิดจะช่วยหรือทำอะไรอย่างอื่นนอกจากมอง ดวงตาสีเทาไล้โลมไปทั่วทั้งกายราวกับจะเก็บรายละเอียดทุกอย่างให้หมด เนซึมิขบกัดปุ่มสีชมพูเบาๆ ลิ้นร้อนค่อยๆละเมียดชิมรสมันด้วยความพึงพอใจ

 

“ชิอง…”

 

 

 

“ชั้นว่ามันยังเข้าไปได้อีกนะ?”

 

 

 

     ชิองตีหลังเนซึมิเบาๆเพื่อให้รู้ว่านี่มันลามปามเกินไปแล้ว กระนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะต่อว่าอีกฝ่าย ภาพของหญิงสาวคนนั้นเข้ามาในหัว อีกใจหนึ่งก็โกรธที่เนซึมิไม่ยอมฟังแต่อีกใจก็ยังหึงหวง และไม่อยากเสียคนที่รักไป

 

     ชิองกระแทกกายลงไปจนตัวเองร้องเสียงหวานออกมาอย่างน่าละอาย ดูเหมือนอีกฝ่ายจะชอบภาพที่อยู่ตรงหน้า ฝ่ามือหนาไล้วนบริเวณหน้าท้องที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อก่อนเลื่อนต่ำลงเพื่อเล่นซุกซนกับร่างบาง

 

“เนซึมิ..อย่าจับ อ๊ะ..!!” ร่างบางพยายามดึงมือของอีกฝ่ายที่นัวเนียกับเบื้องล่างของเขา

“ถ้าไม่กอดแน่นๆเดี๋ยวก็ล้มหรอก”

 

     เนซึมิใช้มือข้างที่ยังว่างอยู่โอบร่างของชิองให้แนบชิดกับตนเอง อีกมือหนี่งลูบไล้ไปตามแก่นกายร้อนผ่าว เมื่อของเหลวบางอย่างไหลออกมาก็ยิ่งทำให้เขาพึงพอใจ นิ้วเรียวปาดของเหลวนั้นก่อนนำมันเข้าสู่ช่องปากของร่างบาง ลิ้นที่ร้อนชุ่มค่อยๆเลียมันเข้าไปพร้อมๆกับนิ้วของร่างสูง เนซึมิยิ้มอย่างพึงพอใจกับภาพตรงหน้า

 

“ชั้นจะไม่ปล่อยให้นายเหนื่อยคนเดียวนะ..ชิอง” เสียงนั้นกระซิบข้างหู

 

     เนซึมิดึงร่างผอมบางลงมาพร้อมขยับกายของตนอย่างเร่าร้อน แก่นกายสอดแทรกไปตามช่องทางเรียกเสียงครวญของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี ความเสียวซ่านแล่นริ้วสู่ทั้งสองฝ่าย เนซึมิรู้สึกเจ็บที่แผ่นหลังเมื่ออีกฝ่ายใช้เล็บจิกเข้าไปจนมันน่าจะเป็นรอย ร่างบางกัดริมฝีปากกลั้นไม่ให้เสียงหวานเล็ดลอดออกมาจนริมฝีปากห้อเลือด

 

“ชิอง มานี่”

 

     เนซึมิจับศีรษะของอีกฝ่ายดันเข้ามาใกล้ ก่อนพรมจูบลงไปอย่างอ่อนโยนไม่ร้อนแรงเหมือนครั้งแรก มือใหญ่กระตุกเร้าจนเด็กหนุ่มเกร็งทั่วกาย ด้วยจังหวะที่เร่าร้อนยิ่งทำให้ชิองเหมือนกับแท่งช๊อคโกแลตที่หลอมละลายเมื่อสัมผัสกับไฟ

 

“เนซึ….ไม่ไหวแล้ว ผมจะ…อืออ”

“งั้น…พร้อมกันนะ..”

 

     ทั้งสองขยับกายจนเป็นจังหวะเดียวกัน เนซึมิครางเสียงต่ำก่อนกระแทกกายอีกสองสามครั้ง ความร้อนถูกปลดปล่อยออกมาจนเต็มช่องทาง ของเหลวเลอะเทอะหน้าท้องของร่างสูง มือใหญ่ป้ายมันขึ้นมาเต็มฝ่ามือก่อนนำของเหลวนั้นไล้ไปตามร่างบอบบางที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเนซึมิยักคิ้วด้วยความเจ้าเล่ห์ยิ่งทำให้ชิองเขินจนทำอะไรไม่ถูก

 

“นี่ชั้นจะบาปที่รังแกคนป่วยรึเปล่าเนี่ย?”

“รู้ด้วยเหรอว่าผมป่วย”

“หน้าแดง แถมยังตัวร้อนซะขนาดนี้…ถ้าไม่รู้ก็แย่ไปหน่อยแล้วมั้ง”

“ตานายก็ดูเยิ้มๆ แถมเสียงยังแหบว่าเดิมอีก”

 

     เนซึมิจุมพิตพวกแก้มที่ยังแดงระเรื่อก่อนถอนกายออก เขาอุ้มร่างบางไปส่งที่เตียงก่อนจัดแจงเตรียมผ้าขนหนูพร้อมน้ำเพื่อเช็ดคราบที่เลอะเทอะอีกฝ่าย กระนั้นก็ยังส่งสายตาโลมเลียไปยังร่างบอบบางที่เพิ่งเสร็จกิจ ชิองนอนเปลือยเปล่าก็ได้แต่ดึงผ้าห่มมาปกปิดร่างกายเท่านั้น

 

“ทำแบบนั้นผ้าห่มก็เลอะหมดน่ะสิ” เนซึมิพูดพลางดึงมันออกจนไม่มีอะไรปกปิดร่างบางอีก

“นาย…ทำไมต้องจ่ายเงินผู้หญิงคนนั้นด้วยล่ะ?”

 

“นั่นสิ ทำไมกันนะ?”  เนซึมิพูดให้คิดต่อ แต่เมื่อชิองขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เขาก็เลือกที่จะบอกความจริงข้างๆหูเป็นประโยคสั้นๆ

 

 

“ชั้นจ้างให้ยัยนั่นสืบข่าว…ก็แค่นั้น”

 

 

“กว่าจะตกลงเรื่องเงินกับยัยนั่นได้มันก็ดึกแล้ว ว่าแต่…นายคิดว่าชั้นไปทำอะไรเหรอ?” ร่างสูงยักคิ้ว

 

“เนซึมิ!!!”

 

     ชิองตีเข้าที่หลังของเนซึมิอย่างแรงเมื่อรู้ตัวว่าที่ผ่านมาโดนแกล้งโดยตลอด อีกฝ่ายไม่ได้หนีหรือบ่นอะไร มีแต่เสียงหัวเราะกำกวมดังในลำคอ ยิ่งทำให้ชิองหน้าแดงมากกว่าเก่า ..ที่เขาร้องไห้ ที่เขาหึง ที่ทำไปทั้งหมดกลายเป็นว่าเนซึมิไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แถมยังให้ชิองทำเรื่องน่าอายอีก ร่างบางมองคราบขุ่นตามร่างกายแล้วก็อดที่จะโกรธเนซึมิไม่ได้จริงๆ

 

“อย่างอนสิ อย่างน้อยชั้นก็ได้รู้นะว่านายน่ะ…ก็หวงชั้นเป็นเหมือนกัน”

“แน่ล่ะสิ! ทั้งหวงแล้วก็ห่วงด้วย นายกลับช้าทุกคืนแถมไม่ยอมคุยกับผมอีก!!” ชิองระเบิดอารมณ์ด้วยการตีเนซึมิไม่ยั้ง

 

 

“ก็..ถ้าชั้นคุยกับนาย…..แผนก็พังหมดน่ะสิ ไม่งั้นคงไม่ได้เห็นนาย…ในท่านั้นหรอก”

 

 

 

“……………………………………” ชิองอึ้งจนพูดอะไรไม่ออก

 

 

 

สรุปว่าเนซึมิวางแผนไว้แล้วสินะ?


แต่นี่เขาเสียใจ ร้องไห้จนตาบวม ตาช้ำไปหมดเลยนะ?


 

     เนซึมิลากผ้าชุบน้ำทำความสะอาดร่างบางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ร่างสูงก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายยังคงโกรธอยู่ ก็ล้อเล่นแรงซะขนาดนี้…ถ้าไม่รู้สึกอะไรเลยก็แปลกแล้ว ชิองทำเมินไม่มองหน้า ไม่ว่าเนซึมิจะเรียกยังไงก็ไม่สนใจ

 

“อย่าให้ชั้นเล่นบทโหดนะ” เขารวบข้อมือบางไว้เหนือศีรษะ

“แล้วเมื่อกี๊…ล้อเล่นแรงขนาดนั้นมันไม่โหดรึไง!”

“เป็นเด็กดีหน่อยสิ…ถึงนายจะป่วย แต่ทำตัวแบบนี้ชั้นไม่ยอมให้นายนอนหรอกนะ”

 

     เนซึมิชี้ไปที่นาฬิกาที่อยู่ไกลๆ มันเป็นเวลารุ่งเช้าของวันใหม่แล้ว เมื่อฟังดีๆก็ได้ยินเสียงนกเจื้อยแจ้ว ที่ร่างสูงชี้ให้ดูก็มีเหตุผลอยู่เล็กน้อย อย่างแรกคือเป็นการบอกให้ชิองเขินเล่นๆว่าที่ทำอะไรกันมันก็นานอยู่ อย่างที่สองคงเป็นการกล่าวเตือนอีกฝ่าย

 

 

“หยุดงานอีกซักวันนะ….วันนี้…จะดูแลนายให้เต็มที่เลยล่ะ” เนซึมิวางผ้าชุบน้ำทิ้งเพราะคิดว่าต่อไปก็ลงจะเลอะเทอะอีกครั้ง

 

 

 

เช็ดไป…เดี๋ยวก็เลอะอีกอยู่ดี…

 

 

 

 

*****

 

 

     อินุคาชิเดินวางก้ามท่าทางเอาเรื่องเต็มที่โดยมีสุนัขอีกสามตัววิ่งตามมาไกลๆ ประเด็นก็คือชิองหยุดงานไปสองวันแล้ว โดยไม่ได้บอกกล่าวว่าเป็นอะไร หยุดวันแรกก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าป่วย แต่เล่นหายไปดื้อๆแบบนี้ คนเป็นเจ้านายก็เป็นห่วงบ้างอะไรบ้างเหมือนกัน

 

     เธอหยุดยืนอยู่หน้าประตู ดูเหมือนสุนัขที่มาด้วยจะไม่ค่อยอยากให้เปิดมันเท่าไร แต่อินุคาชิหุนหันพลันแล่นเปิดประตูออกโดยไม่สนใจ ภาพตรงหน้าก็ดูจะเหมือนห้องของเนซึมิในยามปกติ ทั้งรก ทั้งมืด เธอพยายามเพ่งสายตาเข้าไปในห้องเมื่อเห็นอะไรเคลื่อนไหวอยู่บนเตียง

 

 

“ชิอง นายทำอะไร…อยู่….เฮ้ย!!”

 

 

“อ๊ะ…” ชิองมองอินุคาชิด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“เนซึมิ…พอก่อน มีคนมองอยู่นะ”

“ไอ้คนที่มองอยู่น่ะ ถ้ารู้ว่าทำอะไรก็น่าจะกลับไปได้แล้วนะ!”

 

     เนซึมิพูดพลางมองอินุคาชิด้วยสายตาไม่พอใจ เขาขยับปากช้าๆพอที่จะอ่านได้ว่า วันนี้ชิองไม่ว่างทั้งวัน ออกไปได้แล้ว คนผิวคล้ำยิ่งโมโหเมื่ออีกฝ่ายทำเหมือนไม่เห็นตนอยู่ในสายตา อินุคาชิยืนกอดอกไม่ไปไหนแม้สุนัขที่พามาด้วยจะเดินคลอเคลียเหมือนจะชวนให้รีบออกไปโดยเร็ว

 

“อยากดูหนังสดรึไง?” เนซึมิพูดพลางสร้างรอยจูบอีกหนึ่งรอยที่อกขาวเนียน

 

“ก็อยากจะดูให้จบเหมือนกัน หึ”

 

     ทั้งสองยังคงจ้องตากันราวกับจะฆ่ากันให้ได้ เสียงครวญครางของชิองยังดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ด้วยความละอายแต่จำเป็น ร่างบางดันตัวขึ้นมองคนที่อยู่ตรงประตูห้องก่อนขอร้องด้วยเสียงเครือ

 

 

 

“วันนี้…ผมขออยู่กับเนซึมิแค่สองคน…นะครับ”

 

 

 

     อินุคาชิหน้าร้อนผ่าวทันที! เมื่อสายตาชินกับห้องที่ไม่ได้เปิดไฟแล้วถึงได้เห็นร่องรอยบนร่างกายของผู้ถูกกระทำ รอยจ้ำสีแดงตามแผ่นอกลามไปถึงเอว คราบสีขุ่นตามหน้าตาและมือ …เห็นแบบนั้นแล้วยิ่งรู้สึกว่าไม่ควรจะอยู่ต่อ อินุคาชิยอมแพ้ เดินกลับออกไปพร้อมกับพี่น้องอีกสามตัว เสียงประตูปิดลงไปไม่นาน เนซึมิก็ตะโกนไล่หลังไป

 

“พรุ่งนี้ชิองจะหยุดอีกวันนะ!!” ..นั่นทำให้ชิองตาโตด้วยความตกใจปนหวาดหวั่น…

 

“…จะให้ผมหยุดอีกทำไมกัน?”

 

 

 

“ยืนก็ไม่ไหวแบบนี้…จะเลือกทำงานตากแดดหรือทำงานในที่ร่มก็แล้วแต่นายนะ”

 

 

 

     ร่างบางหลบสายตาทันทีเมื่อเจอคำถามแบบนี้ มือเล็กค่อยๆโน้มตัวเนซึมิลงมาก่อนจุมพิตเบาๆ ชิองไม่ได้ตอบว่าจะเลือกงานแบบไหน..แต่แค่จูบที่สื่อออกไปก็ทำให้เนซึมิรู้ได้ว่าอีกฝ่ายจะเลือกข้อไหน

 

 

 

 

 

“จะจัดให้ตามที่ขอเลยครับ ที่รัก”

 

 

 

 

 

 

♥♥♥

 

 

 

 

*กรีดร้อง* ในที่สุดก็แต่งเสร็จซะที!! หลังจากอู้ไปเกือบครึ่งเดือน TT

การแต่งฟิคนี้ทำให้เราหนักใจมากกกกๆๆค่ะ

คือไม่ได้แต่งฉากเรทแบบไม่หวานมานานมากแล้ว .. เจอแบบนี้ไปต่อไม่ถูกเลย

แอบรู้สึกว่าฟิคนี้มัน "แรง" กว่าอันก่อนๆเยอะเลยค่ะ

ถึงแม้NO.6จะจบไปแล้ว แต่ความรักของคู่นี้ยังไม่จบเนอะ? ฮี่ๆ

หวังว่าเพื่อนๆจะยังรักคู่พระนางคู่นี้ไปนานๆนะ ♥

 

ชอบไม่ชอบยังไงบอกด้วยนะ แบบว่าแต่งแนวจริงจังครั้งแรก .. แต่ก็ตามสไตล์เราอะ ต้องมีหวานมั่งไรมั่ง

มีอะไรเม้นไว้เลยค่ะ ชอบอ่าน

จะรีเควส กรีดร้อง เม้ามอย อะไรก็ได้ตามสบาย จขบไม่โหดค่าาา :D

 

 

♥♥NezumixSion♥♥


 

 

 

edit @ 18 Oct 2011 01:14:31 by (*ФωФ) Clio

edit @ 18 Oct 2011 01:50:55 by (*ФωФ) Clio

edit @ 18 Nov 2011 17:08:24 by (*ФωФ) Clio

fanart No.6 รกๆก่อนอ่านหนังสือ

posted on 14 Sep 2011 16:29 by clio-holic  in Talk
 
 
 
 
"คนเราไม่รู้ทำไม ยิ่งใกล้สอบยิ่งขี้เกียจ
 
รู้สึกว่าตัวเองมีแรงกระตุ้นน้อยไปหน่อยนะ"
นี่คือสิ่งที่คิดอยู่ ณ จุดๆนี้
 
 
 
 
fanart (เรียกว่าวาดเล่นๆจะดีกว่า) วาดเป็นชิองงงงง ♥♥♥
 
ได้ข่าวว่าเส้นรกมากด้วย 555555555555555
 
 
 
อย่าถามว่าเนซึอยู่ไหน ... ก็ในภาพแหละ แต่ไม่ได้วาด 55
 
 
 
 
 
 

ได้ข่าวว่าพรุ่งนี้สอบชีวะ อะนะ 555 แล้ววนี่เราทำไรอยุเนี่ย

 
 
 

ปล. ใช้มือถือถ่ายมา fail
ปล2. มุมกล้องถ่าย fail ติดแลปทอปด้วย ให้ตายเถอะ
ปล3. ที่จริงภาพวาดไม่เสร็จด้วย lllorz